วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กระทรวงอุตสาหกรรม ถก ส.อ.ท.18 ส.ค.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 7 เดือนอนุมัติ รง.4 ลงทุน 2.1 แสนล้าน

กระทรวงอุตสาหกรรม ถก ส.อ.ท.18 ส.ค.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 7 เดือนอนุมัติ รง.4 ลงทุน 2.1 แสนล้าน

กระทรวงอุตสาหกรรม ถก ส.อ.ท.18 ส.ค.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 7 เดือนอนุมัติ รง.4 ลงทุน 2.1 แสนล้าน


สำนักวิจัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
 Description: OIENewLogo 
 



สรุปประเด็นข่าวสำคัญ : ประจำวันพุธที่ 6 สิงหาคม 2557
  

ค่าเงินบาท (ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2557)   32.118 บาท/$
ทองคำแท่ง    ซื้อ   19,600.00  บาทขาย   19,700.00   บาท
ทองรูปพรรณ  ซื้อ   19,313.84 บาทขาย   20,100.00    บาท
เบนซินออกเทน 95   48.75 บาท/ลิตรดีเซลหมุนเร็ว     29.85 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล 95        40.23 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล 91    37.78 บาท/ลิตร

ข่าวในประเทศ
กล่องข้อความ: นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมกล่องข้อความ:              1. กระทรวงอุตฯ ถก ส.อ.ท.18 ส.ค.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ        7 เดือนอนุมัติ รง.4 ลงทุน 2.1 แสนล้าน (ที่มา: หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวัน, ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2557)    
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า   วันที่ 18 สิงหาคม คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมจะหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อบูรณาการร่วมการทำงานกับเอกชน หลังจากการหารือร่วมกับ ส.อ.ท.เมื่อเดือนกรกฎาคม 57 ได้เห็นชอบตั้งคณะทำงานร่วมกัน 4 คณะ ได้แก่ 1.คณะทำงานการปรับ ปรุงการอนุญาตของกระทรวงอุตสาหกรรม 2.คณะทำงานกำกับโรงงานให้ปฏิบัติตามกฎหมาย 3.กระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและ 4.การต่อต้านคอร์รัปชัน โดยคณะทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรมกับ ส.อ.ท.จะมีการประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกันในทุกเดือน และเดือนสิงหาคมนี้ทางส.อ.ท.จะเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ซึ่งการตั้งคณะทำงาน 4 ชุดล่าสุดได้กำหนดให้มีตัวแทนจากฝ่ายละ 3 คนเข้าร่วมในคณะทำงานทุกชุด ซึ่งจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพและรวดเร็วซึ่งจะทำให้อุปสรรคการลงทุนต่างๆ หมดไป สำหรับการอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน(รง. 4) ทั่วประเทศผ่านหน่วยงานอนุญาตของกระทรวงอุตสาหกรรม 7 เดือน (มกราคม-กรกฎาคม 57) มีทั้งสิ้น 2,212 โรงงาน คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 211,314 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 60,692 ซึ่งมีทิศทางลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการอนุญาตรง. 4 ที่ 2,339 โรงงานเงินลงทุน 194,535 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หลังกระทรวงอุตสาหกรรมลดขั้นตอนการพิจารณา รง. 4 ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ทำให้เดือนกรกฎาคมมีการอนุญาต รง.4 จำนวน 241 รายคิดเป็นเงินลงทุน 43,581 ล้านบาท ดังนั้น แนวโน้มการอนุญาต รง.4 ไตรมาส 4 จะดีขึ้น ทั้งนี้ การอนุญาตโรงงานในกรอบใหม่ 30 วัน คาดว่าจะเห็นชัดเจนในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้จริงนับจากวันที่ได้รับเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง โดยการอนุญาตโรงงานที่ใช้เวลาเร็วขึ้นได้ดำเนินการควบคู่ไปกับการบังคับกฎหมายอย่างเคร่งครัดและกำกับอย่างเข้มงวดซึ่งสะท้อนจากยอดคำร้องเรียน 10 เดือน(1 ตุลาคม56 - 31 กรกฎาคม 57) มีการร้องเรียน 202 เรื่องลดลง 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดร้องเรียน 274 เรื่อง โดยเรื่องหลักๆ ที่มีการร้องเรียนได้แก่ 1. กลิ่น 2. ฝุ่นละออง 3. น้ำเสีย ส่วนจำนวนเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น 115 ครั้งลดลง 3% โดยเหตุฉุกเฉินคือ ไฟไหม้ 66% ระเบิด 10% และอุบัติเหตุ 8%
กล่องข้อความ:              2. เอสเอ็มอีลงทุนนอกหอการค้านำทัพขยายธุรกิจในเวียดนาม รองเท้า-สิ่งทอ-ชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์เด่น (ที่มา: โพสต์ ทูเดย์, ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2557)
กล่องข้อความ: นายอิสระ ว่องกุศลกิจ   ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยได้ร่วมมือกับมูลนิธิเพื่อสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย (ไอเมท) จัดทำโครงการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ต้องการไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ต้องการไปลงทุนต่างประเทศ แต่ยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศนั้นๆ รวมทั้งขาดแผนรองรับความเสี่ยงในการทำธุรกิจ จึงทำให้การออกไปทำธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ โดยโครงการนี้จะให้บริษัทใหญ่ที่ประสบความสำเร็จเป็นพี่เลี้ยงให้แก่เอสเอ็มอี และจะนำร่องส่งเสริมการลงทุนในประเทศเวียดนาม ตอนนี้เวียดนามเริ่มนิ่งขึ้นทั้งเรื่องราคาที่ดิน กฎหมายต่างๆ ที่มีความชัดเจนขึ้น จากช่วงแรกที่มีบริษัทใหญ่ๆ ของไทยหลายรายเข้าไปลงทุนและประสบความสำเร็จมาแล้ว จึงเหมาะที่จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุน ทั้งนี้ เบื้องต้นตั้งเป้าว่าภายใน 1 ปี จะมีธุรกิจไทยไปลงทุนในเวียดนามอย่างน้อย3 ราย โดยอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมให้ไปลงทุน ได้แก่ รองเท้า สิ่งทอ ชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ และบรรจุภัณฑ์ และหากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จก็จะขยายผลการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนอื่นๆเช่น อินโดนีเซียและพม่า
สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่จะมาเป็นพี่เลี้ยงมี 14 บริษัท เช่น ปตท. กลุ่มเครือ เจริญโภคภัณฑ์ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์และเครือเอสซีจี เป็นต้น
กล่องข้อความ:  3. อุตฯ ชิ้นส่วนบุกอินโดฯ (ที่มา: โพสต์ ทูเดย์, ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2557)  
กล่องข้อความ: นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ   มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า นโยบายเศรษฐกิจภายใต้ผู้นำคนใหม่น่าจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศอินโดนีเซียให้ดีขึ้น โดยเฉพาะด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่เป้าหมายที่จะผลักดันให้อินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์อาจส่งผลดีต่อผู้ประกอบการไทยเช่นกัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมานักลงทุนญี่ปุ่นจำนวนมากได้ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในอินโดนีเซีย และในอนาคตจะมีผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไปลงทุนในอินโดนีเซียมากขึ้น โดยอุตสาหกรรมขั้นกลางหรือชิ้นส่วนยานยนต์ยังมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งผู้ประกอบการไทยน่าจะเข้าไปลงทุนเพื่อป้อนวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตยานยนต์ได้
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประกอบการไทยที่มีโอกาสเข้าไปลงทุนคงเป็นกลุ่มซัพพลายเออร์ของบริษัทญี่ปุ่นหรือกลุ่มที่มีลูกค้าอยู่แล้ว แต่กลุ่มที่ไปเดี่ยวๆ อาจจะทำได้ยากกว่า เพราะผู้ประกอบการอินโดนีเซียค่อนข้างมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว และภาครัฐย่อมให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นมากกว่า ขณะที่อุตสาหกรรมอื่นๆที่ควรเข้าไปลงทุน คือ การแปรรูปสินค้าเกษตรที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งในอินโดนีเซียยังมีไม่เพียงพอ
ข่าวต่างประเทศ
กล่องข้อความ:  1. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานสหรัฐพุ่งขึ้น 1.1% ในเดือนมิ.ย.
(ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2557)   
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าที่ผลิตในโรงงานสหรัฐปรับตัวขึ้น 1.1% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งที่สี่ในรอบห้าเดือน และมากที่สุดในรอบสามเดือน อีกทั้งยังมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ถึงเกือบสองเท่า โดย       นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่ายอดสั่งซื้อเดือนมิถุนายนจะเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากที่ร่วงลง 0.6% ในเดือนพฤษภาคม มียอดสั่งซื้อเดือนพฤษภาคมถูกปรับทบทวนจากรายงานก่อนหน้านี้ซึ่งระบุว่าลดลง 0.5% ยอดสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน นำโดยยอดสั่งซื้อเครื่องบิน เครื่องจักรอุตสาหกรรม รวมถึงคอมพิวเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยยอดสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์พุ่งขึ้น 8.4% ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเพิ่มขึ้น 2.9% ขณะที่ยอดสั่งซื้อคอมพิวเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 2.9%
สำหรับยอดสั่งซื้อสินค้าทุนนอกภาคกลาโหมซึ่งไม่รวมอากาศยาน เพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนมิถุนายน โดยนักเศรษฐศาสตร์จับตาดูสินค้าหมวดนี้ เพราะเป็นข้อมูลที่ใช้ประเมินแผนการใช้จ่ายและความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคาแพงและมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 3 ปี เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ และเครื่องจักร เพิ่มขึ้น 1.7% ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ไม่รวมสินค้าด้านการขนส่งซึ่งมีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 1.9% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 2.5%

http://www.star-circuit.com/news/Ministry-of-Economy.html

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อีโบล่า โรคไข้อีโบล่า เกิดขึ้นได้อย่างไร

อีโบล่า โรคไข้อีโบล่า เกิดขึ้นได้อย่างไร

    โรคไข้อีโบลา คือโรคไข้เลือดออกจากไวรัสอีโบลา ซึ่งเป็นโรคที่ร้ายแรงมาก อุบัติใหม่ในแอฟริกาเมื่อปี 2519 ขณะที่โรคไข้เลือดออกในเกาหลีเกิดจากไวรัสฮันตาน ส่วนโรคไข้เลือดออกในไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ศรีลังกา ปากีสถาน ฯลฯ เกิดจากไวรัสเด็งกี

การระบาดครั้งแรกของไวรัสอีโบลา
      
  เมื่อปี 2519         มีการระบาดเป็นครั้งแรกของโรคไข้เลือดออกชนิดใหม่ที่อุบัติใหม่อีกชนิดหนึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศซูดานและประเทศซาอีร์ ชื่อ "อีโบลา" ชื่อนี้ได้มาจากชื่อแม่น้ำอยู่ตรงบริเวณที่พบโรคในตอนเริ่มแรกคือ ที่แถบลุ่มแม่น้ำอีโบลา ในประเทศซาอีร์ ก็เลยตั้งชื่อโรคและชื่อของไวรัสตัวก่อเหตุตามชื่อแม่น้ำดังกล่าว

ผู้ป่วยดรรชนี (Index case) รายแรกของโลก 26 สิงหาคม 2519 ที่ประเทศ ซาอีร์ แอฟริกา

          ผู้ป่วยรายแรกซึ่งถือว่าเป็นผู้ป่วยดรรชนีเป็นชายอายุ 44 ปีเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนมิชชันนารี ไปขอรับการรักษาที่ "โรงพยาบาลมิชชั่นนารียัมบูกุ" ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด 120 เตียง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2519 ด้วยอาการไข้ซึ่งคิดว่าเป็นไข้จับสั่น (มาลาเรีย) และได้รับการรักษาโดยการฉีดคลอโรควิน ซึ่งมีอาการทุเลาขึ้น

          ในเวลาต่อมาภายใน 1 สัปดาห์มีคนไข้ในโรงพยาบาลได้รับการฉีดยาโดยใช้เข็มฉีดยาร่วมกับคนไข้รายดรรชนีให้หลับ (ปกติเราจะไม่ใช้เข็มฉีดยาที่ยังไม่ได้ฆ่าเชื้อร่วมกัน) หลังจากนั้นก็ป่วยเป็นไข้เลือดออกอีกหลายคน บางรายไม่ได้รับการฉีดยาแต่เป็นผู้ที่ไปสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะป่วยอยู่ระหว่าง 4 สัปดาห์แรกของการระบาดหลังจากนั้นโรงพยาบาลจึงได้ปิดการให้บริการเนื่องจากแพทย์ 11 นาย จาก 17 นาย ที่ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ป่วยและตาย

โรคนี้แพร่โรคติดต่อกันได้จากการสัมผัสกันด้วย เรียกว่ามีการแพร่ติดต่อ จากคน-สู่-คน 
ผู้ป่วยเกิดขึ้นทุกกลุ่มอายุและทั้งสองเพศ แต่สตรีอายุระหว่าง 15-29 ปี จะเป็นกลุ่มที่มีความชุก อัตราป่วยชุกกว่ากลุ่มอื่น

          สรุปได้ว่าการแพร่เชื้อจากผู้ป่วยเกิดจากการถูกเข็มแทงและของมีคมปนเปื้อนเชื้อทำให้เกิดบาดแผลและการแต่งศพ และแพร่โรคติดต่อจาก ผู้ป่วย-สู่-ผู้ป่วย จากการสัมผัสใกล้ชิดได้ด้วย อย่าลืมว่า โรคไข้เลือดออกเด็งกีที่พบในบ้านเรา แพร่ติดต่อได้ เฉพาะโดนยุงลายบ้านที่มีเชื้อกัดเท่านั้น

ประมาณ 5 สัปดาห์ภายหลังการระบาดครั้งแรกที่ยัมบูกุประเทศซาอีร์ นพ.ซูโร ได้ศึกษาลักษณะทางเวชกรรมของผู้ป่วย 14 ราย ดังนี้

          ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ปวดท้อง เจ็บคอ หน้าตาไร้ความรู้สึก มีอาการอ่อนเพลียอย่างมาก ในบางรายประมาณวันที่ 5 ของระยะเฉียบพลันของโรค จะมีผื่นขึ้นตามตัวและมีเลือดออกด้วย มีเลือดออกที่เยื่อบุตา มีแผลตามริมฝีปากและในช่องปาก มีเลือดออกจากแผลดังกล่าว และ ออกจากเหงือก อาเจียนเป็นเลือด และ ถ่ายอุจจาระดำเลือด กำเดาไหล มีเลือดออกจากช่องหู ปัสสาวะเป็นเลือด และ บางรายมีอาการตกเลือดหลังคลอดด้วย ในรายที่มีเลือดออกมักจะถึงแก่กรรมภายใน 3 สัปดาห์ผู้ป่วยในระยะหลังของการระบาด อาการเลือดออกจะมีความรุนแรงน้อยลงกว่ารายแรกๆ ของการระบาด ในรายที่มีเลือดออกไม่รุนแรง หรือไม่มีเลือดออกเลย มักจะไม่ถึงแก่กรรม แต่ก็ไม่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ว่ามีความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือดหรือไม่ เนื่องจากเป็นการฉุกเฉิน และเป็นการศึกษาในสนาม อุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยไม่ได้มีครบครัน

จากการสำรวจทุกบ้านพบว่ามีโรคระบาดอยู่ 55 ตำบล (ทั้งหมดมี 550 ตำบล) โรคนี้ไม่เคยเป็นที่รู้จักของชาวบ้านมาก่อนเลย

ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันนั้น ก็สามารถแยกเชื้อไวรัสที่มีรูปร่างคล้ายไวรัสมาร์บวร์กแต่ก็แสดงความแตกต่างกันได้อย่างชัดเจน โดยปฏิกิริยาน้ำเหลือง

         ไวรัสที่พบใหม่นี้ จึงได้รับการขนานนามว่า "ไวรัสอีโบลา (Ebola virus)" ตามชื่อแม่น้ำที่อยู่ในถิ่นที่มีการระบาด และ แยกเชื้อไวรัสได้ การแยกเชื้อไวรัสแยกได้จากเลือดของผู้ป่วย 8 รายจาก 10 รายโดยเพาะในเซลล์เพาะพันธุ์เวโร ไวรัสนี้จึงเรียกว่าไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์หรือ Ebola-Z

อีโบล่า Ebola
จากการที่เพาะแยกไวรัสได้ต่างสายพันธุ์กัน ทำให้แน่ใจได้ว่า การระบาดในประเทศซูดานและในประเทศซาอีร์นั้น ย่อมมิใช่การแพร่ของโรคจากประเทศแรกเข้าไปยังประเทศหลัง ต่างคนต่างเกิด
      
       การระบาดของโรคลดความรุนแรงลงเมื่อมีการหยุดการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน (กระบอกฉีดยาและเข็มขาดแคลนจึงมีการนำไปใช้ร่วมกันหลายคนหลายครั้ง) และยังมีมาตรการแยกกักกันผู้ป่วยมิให้ออกนอกหมู่บ้านการใช้อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้ออย่างมิดชิดและถูกต้องของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล การกำจัดวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อที่ถูกวิธี ก็ทำให้สามารถป้องกันการติดเชื้อและการแพร่เชื้อต่อไปอีกได้ การติดต่อส่วนใหญ่จะติดต่อจากเลือด การติดจากละอองฝอยของน้ำมูกน้ำลายอาจเกิดขึ้นได้แต่มีโอกาสน้อยกว่า และไม่ติดกันโดยทางอากาศหายใจ (air-borne)ไม่สามารถแยกไวรัสได้จากแมลง เช่น ตัวเรือด (Cimexhemipterus F.) ยุงคิวเล็กซ์และยุงแมนโซเนีย ซีรัมของสัตว์ต่างๆที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เช่น สุกร โค ค้างคาว หนู กระรอกลิงไม่พบว่ามีแอนติบอดีต่อไวรัสอีโบลา (หมายความว่าไม่มีการติดเชื้อ) แต่อย่างใด จึงหาแหล่งรังเก็บเชื้อโรคในธรรมชาติไม่ได้ หรือแหล่งรังโรค อยู่ใหนยังเป็นปริศนา
      
       การระบาดครั้งแรกในประเทศซูดานมีผู้ป่วย 284 คนโดยมีอัตราป่วย/ตายเท่ากับร้อยละ 53 เชื้อที่ก่อโรคเป็น ไวรัสเรียกชื่อจำเพาะมากขึ้นว่าอีโบลา-ซูดานหรือสายพันธุ์ซูดาน Ebola-S
      
       อีกไม่กี่เดือนต่อมาโรคก็อุบัติขึ้นที่เมืองยัมบูกุประเทศซาอีร์อีก เชื้อก่อโรคเคือสายพันธุ์ "อีโบลา-ซาอีร์" มีผู้ป่วยในการระบาดครั้งแรก 318 คนอัตราป่วย/ตายสูงกว่า การระบาดในซูดานคือสูงถึงร้อยละ 88 แม้ว่าจะมีการศึกษาค้นคว้าอย่างมากก็ยังพิสูจน์แหล่งรังโรคที่แน่ชัดไม่ได้อยู่ดี
      
       การระบาดของโรคไข้เลือดออกอีโบลารายงานจากประเทศไอวอรีโคสท์ในปี 2537 โดยมีสตรี นักชาติพันธุ์วิทยา ทำการผ่าตรวจซากลิงชิมแพนซีที่ล้มตายไม่ทราบสาเหตุที่ในป่าชื่อป่าตาย (Tai Forest) ในประเทศไอวอรีโคสท์ เธอจึงติดเชื้อโดยบังเอิญและป่วย สายพันธุ์นี้จึงให้ชื่อว่าอีโบลาโคทดีวัวร์ (ชื่อประเทศไอวอรีโคสท์ที่เป็นภาษาฝรั่งเศส)
      
       ในปี 2532 มีการระบาดของไวรัสอีโบลาในฝูงลิงแสมที่กักกันสัตว์ทดลองที่ไปจากต่างประเทศ ที่สถานีกักกันโรคเมืองเรสตัน รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา เป็นลิงแสมที่ส่งไปจากฟาร์มเฟอร์ไลท์ ชานกรุงมะนิลา เป็นลิงที่เพาะไว้จำหน่ายเพื่อใช้เป็นสัตว์ทดลองที่ฟาร์มแห่งหนึ่งบนเกาะมินดาเนา ลิงจะถูกกักกันไว้ก่อนส่งต่อไปยังห้องปฏิบัติการต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่นำโรคจากป่ามาแพร่ในเมือง โดยเฉพาะแพร่สู่นักวิจัยเป็นเบื้องต้น
      
       ในระหว่างกักกันลิงได้ล้มเจ็บลงหลายตัวเกือบทั้งฝูง และมีอัตราตายสูง การสอบสวนและตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติการพบว่าเป็น "ไวรัสอีโบลา" หากลิงติดเชื้อ โรคจะเกิดแก่ลิงที่มีความรุนแรงมาก อัตราตายสูง แม้ว่าจะก่อให้เกิดการติดเชื้อในมนุษย์ได้เหมือนกัน (พิสูจน์ได้จากการตรวจเลือดผู้สัมผัสใกล้ชิดเช่นผู้เลี้ยงและสัตวแพทย์ผู้ดูแลสุขภาพลิง) แต่กลับไม่ก่อโรคที่มีอาการป่วยดังเช่นสายพันธุ์ซาอีร์และสายพันธุ์ซูดานจึงเรียกชื่อสายพันธุ์ไม่นี้ ว่า "สายพันธุ์เรสตัน" Ebola-R
      
       นอกจากนั้นก็มีรายงานการระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์เรสตันในลิงแสมที่สถานีกักกันสัตว์ในรัฐเท็กซัส และเป็นลิงแสมที่นำเข้าจากประเทศฟิลิปปินส์เช่นกัน อีโบลาเรสตันนี่เองที่พบว่าไประบาดอยู่ในสุกรฟิลิปปินส์เมื่อ 2-4 ปีก่อน เหมือนกัน ไวรัสอีโบลาข้ามจากลิงไปหาสุกรได้อย่างไร ก็ยังเป็นปริศนาคาใจกันอยู่
      
       ในปี 2557 เกิดมีการระบาดของอีโบล่า ในแอฟริกาตะวันตกขึ้นอีกจะขอเล่าโดยสังเขปดังนี้
      
       เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2557 องค์การอนามัยโลกได้รับแจ้งจากกระทรวงสาธารณสุข ประเทศกีนีว่ามีการระบาดของโรคไข้เลือดออกอีโบลาในเขตป่าทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ จนถึงวันที่ 25 มีนาคม มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 86 ราย ตาย 60 ราย (อัตราป่วย/ตายเท่ากับ ๖๙.๗%) มีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์-สาธารณสุขป่วยและตายด้วย 4 ราย และยังมีรายงานผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัยในประเทศที่มีเขตแดนติดต่อกันอีกหลายรายที่กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ชันสูตร ค้นคว้าอยู่อีกหลายราย คือ ในประเทศ ไลเบเรียและ เซียยร่า เลโอนโดยได้ส่งเลือดตัวอย่างไปชันสูตรโดยวิธีพีซีอาร์ที่หอชันสูตรโรคติดเชื้อระหว่างประเทศที่ เมืองลียอง ประเทศฝรั่งเศส ก็ยืนยันได้ชัดเจนว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ ซาอีร์
ebola-map
แผนที่ประเทศกินี ตรงสีทึบคือบริเวณที่โรคระบาด ที่รายงานเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่สีจางคืออยู่ในระหว่างการสอบสวนโรค
      
       โรคแพร่ระบาดต่อไปในประเทศกีนี และไปยังประเทศใกล้เคียงดังนี้
      
       สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส Ebola วันที่ 17 เมษายน 2557 ในทวีปแอฟริกา ได้แก่:
      
       ประเทศ Guinea: มีรายงานผู้ป่วยที่มีอาการเข้าได้กับ Ebola virus Disease จำนวน 202 ราย เสียชีวิต 125 รายและผู้ป่วยยืนยัน 108 ราย
      
       ประเทศ Liberia: มีรายงานผู้ป่วย ที่มีอาการเข้าได้กับ Ebola Virus Disease จำนวน 27 ราย เสียชีวิต 13 รายและผู้ป่วยยืนยัน 6 ราย และ
      
       ประเทศ Mali: มีรายงานผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัย 6 ราย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อ
      
       องค์การอนามัยโลก: ไม่แนะนำให้มีการจำกัดการเดินทางหรือการค้ากับประเทศกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน แต่อย่างใด
      
       องค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2557 ว่า ผู้ป่วยอีโบลาในประเทศกินีเพิ่มขึ้นอีก รวมจำนวนสะสมได้ 208 ราย ตาย 136 ราย เป็นบุคลากรทางแพทย์และสาธารณสุข 25 ราย ตาย 16 ราย
      
       การประเมินความเสี่ยงของประเทศไทย: สำนักโรคอุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประเมินว่า การแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา อาจมาสู่ประเทศไทยได้ 2 วิธี ได้แก่ จากการนำเข้าสัตว์ที่ อาจเป็นแหล่งรังโรค เช่น สัตว์ป่า ลิงชิมแปนซี หรือการแพร่เชื้อของผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา จากประเทศนี้จะทำให้มีอาการป่วยโดยที่มีการระบาดโดยผ่านผู้เดินทาง เข้ามาประเทศไทยจากประเทศที่มีโรคกำลังระบาด
      
       โรคนี้ ยังไม่มียาหรือปฏิชีวนะรักษาที่จำเพาะ ต้องรักษาแบบประคับประคองและรักษาตามอาการ และยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค
      
       มาตรการกระทรวงสาธารณสุขประเทศไทย 
      
       1.ติดตามสถานการณ์ความคืบหน้า จากองค์การอนามัยโลกโดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
      
       2.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเฝ้าระวังผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือคนไทยที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค
      
       3.กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตรียมความพร้อมในการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
      
       ประชาชนชาวไทย ยังไม่ต้องตระหนก เพียงแต่ให้ตระหนักให้รับรู้กันเอาไว้และติดตามข่าวเป็นระยะๆ นะครับ
โดย...ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ
       ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และที่ปรึกษา กรมควบคุมโรค
http://www.star-circuit.com/news/Ebola.html

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ปราจีนบุรีรวมพลังส่งเสริมบริหารจัดการน้ำโรงงานอุตสาหกรรม

ปราจีนบุรีรวมพลังส่งเสริมบริหารจัดการน้ำโรงงานอุตสาหกรรม

 water management industry

          ดร.ชูเกษ อุ่นจิตติ ที่ปรึกษาโครงการส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการน้ำในโรงงานอุตสาหกรรม จ.ปราจีนบุรี เผยว่า เนื่องจากในปัจจุบันแม่น้ำปราจีนบุรีได้มีความเสื่อมโทรมลงไปมากกว่าในอดีต เนื่องมาจากการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจ การขยายตัวของแหล่งชุมชน และการขยายตัวของพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดการปล่อยมลพิษทางน้ำลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรีมากขึ้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็จะมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนถึงขั้นวิกฤติ ที่ผ่านมา จ.ปราจีนบุรี และสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงร่วมกันจัดสัมมนาตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการน้ำในโรงงานอุตสาหกรรม จ.ปราจีนบุรี ประจำปีงบประมาณ 2557 ขึ้นที่โรงแรมทวาราวดี รีสอร์ท อ.ศรีมหาโพธิ
          ทั้งนี้ ในการสัมมนามีนายสมคิด ตัณฑศรีสุข อุตสาหกรรมจังหวัด ผู้ประกอบการโรงงาน 40 แห่ง ครอบคลุมในพื้นที่ 7 อำเภอของจ.ปราจีนบุรี และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมในกิจกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการลดปริมาณการใช้น้ำในโรงงานอุตสาหกรรม ลดปริมาณน้ำทิ้งจากโรงงานและเพื่อรักษาคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐานตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้นำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ตามโครงการดังกล่าวกำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายในเวลา240วัน.
http://www.star-circuit.com/news/water-management-industry.html
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์